เทคนิคพูดอย่างไรให้มัดใจ เพื่อจะได้ยอดขายจากลูกค้า เพราะปัจจุบันทักษะการสื่อสารกลายเป็นความได้เปรียบใหม่ของผู้ประกอบการทุกแพลตฟอร์ม ทั้งพูดแบบเจอหน้าหรือพูดผ่านสมาร์ทโฟนล้วนยึดเป้าหมายเดียวกัน ขอให้ลูกค้าซื้อ ซื้อเยอะๆ ซื้อแบบไม่ลังเล เหมือนเป่าคาถาพารวย ลูกค้าจงหลง
การพูดคือทักษะการสื่อสารที่สำคัญที่สุดเมื่อคุณต้องการขายสินค้าให้ลูกค้าเลยก็ว่าได้ การขายต้องพึ่งพาทักษะการใช้เทคนิคการพูด ที่ต้องผ่านการฝึกฝนและต้องใช้ไหวพริบและการฟัง
ยิ่งคุณพบกับลูกค้าระดับสูงขึ้นมากเท่าไหร่ มีเวลาจำกัดมากแค่ไหน คุณยิ่งจำเป็นต้องพัฒนาทักษะการพูดให้อยู่ในระดับสูง เพิ่มชั่วโมงบินในการเข้าพบลูกค้าให้มากขึ้น มาดูเทคนิคการพูดที่เอาชนะใจลูกค้าและได้รับความเชื่อมั่น ที่สำคัญคือสามารถช่วยคุณแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้อีกด้วย
1. ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ มั่นใจ แต่ไม่ดูก้าวร้าวจนเกินไป
การใช้คำสุภาพ ความสุภาพในที่นี้หมายถึง ต้องไม่สุภาพหรือนอบน้อมจนเกินไป ความสุภาพมากเกินไปจะมีตัวอย่างคำพูดดังนี้ เช่น “ขออนุญาติครับ…” “ขออภัยครับ” “ขอประทานโทษครับ” พร้อมกับทำท่า ก้มๆ โก้งโค้ง มากเกินไป
ไม่ใช่คำพูดตามตัวอย่างนั้นไม่ดี เพียงแต่คุณไม่จำเป็นต้องสุภาพเกินเหตุขนาดนั้น เพราะคุณจะสูญเสียอำนาจในการต่อรอง และ ความน่าเชื่อถือ แทนที่สถานะคุณจะมาแบบนักธุรกิจหรือที่ปรึกษา คุณอาจจะกลายเป็นแค่เบี้ยล่างในสายตาลูกค้าเท่านั้น ดูเผิน ๆ แล้วไม่มีอำนาจ สุภาพเกินไป ขนาดเจ้านายหรือ CEO คุณยังไม่สุภาพขนาดนี้เลย กลายเป็นว่าอะไรที่มันมากเกินไปกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายความน่าเชื่อถือของคุณลง
ส่วนความก้าวร้าว แน่นอนว่าไม่ควรทำอยู่แล้ว เช่น พูดห้วนๆ ไม่มีหางเสียง หลุดคำหยาบคายออกมา เล่นมุขตลกที่ไม่ได้เรื่อง ไม่มีกาละเทศะเกินเหตุ อย่างนี้ไม่มีทางขายได้ แถมยังมีสิทธิโดนถีบหรือไสหัวไปไกลๆ จากลูกค้า

2. ก่อนที่จะพูด ควรมีทักษะการฟังที่ดีก่อน
หลักการง่ายๆ สำหรับการพูดที่โดนใจลูกค้า นั่นก็คือการเป็น “นักฟังที่ดี” นักฟังที่ดีหมายความว่าคุณจะต้องฟังจับใจความจากลูกค้าให้ครบถ้วนและจบประโยค พยายามอย่าพูดแทรกหรือขัดลูกค้า ถึงแม้ว่าคุณจะอยากจะพูดกับลูกค้ามากแค่ไหน จงอดทนและฟังลูกค้าให้จบก่อนเสมอ
วิธีมืออาชีพที่ช่วยทำให้คุณจับใจความจากการฟังที่ดีคือ ก่อนเริ่มถามคำถามหรือฟังโจทย์ลูกค้า จงเตรียมสมุดโน้ตและปากกาเพื่อช่วยในการจดบันทึกและทบทวนสิ่งที่ลูกค้าพูดด้วยนะครับ พยายามอย่าใช้คอมพิวเตอร์ หรือมือถือในการโน้ต เพราะลูกค้าอาจมองว่าคุณเล่นมือถือหรือมีเสียงน่ารำคาญจากการเคาะคีย์บอร์ด การใช้สมุดโน้ตในการจดบันทึกจะช่วยให้ลูกค้าเห็นความตั้งใจของคุณด้วย ทำให้คุณสามารถพูดเสริมหรือถามลูกค้าได้ดีขึ้น

3. เทคนิคการพูดให้โดนใจลูกค้าด้วย “Trance Word”
“Trance Word” คือเทคนิคการถามคำถามเพื่อให้คู่สนทนาคายข้อมูลมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วแก่นแท้แห่งการทำให้คู่สนทนาพูดเปิดใจกับคุณก็เพื่อให้พวกเขา “มอบใจและไว้ใจ” กับคุณมากขึ้น
“Trance Word” เพื่อให้เขาคายข้อมูลเพิ่มออกมา จากนั้นให้ซัดด้วยคำถามที่ช่วยให้สิ่งที่เค้าคายออกมาต่อเนื่องได้ดีขึ้น สัดส่วนการถามเขาเพื่อให้เล่ากับการพูดเพิ่มของคุณจะมีอัตราส่วนที่น้อยกว่าลูกค้าเสมอ คือ 70/30
ตัวอย่างเช่น คุณขายสินค้าเกี่ยวกับจอ LED ขนาดใหญ่ที่ประโยชน์คือช่วยให้งานโฆษณาของลูกค้าจากป้าย ที่เปลี่ยนป้ายแต่ละครั้งต้องเสียเงิน มาเป็นลดค่าใช้จ่ายพวกนั้นเหลือ 0 บาทแถมยังได้ผลดีเพราะเล่นภาพวีดีโอได้อีกต่างหาก เวลาเข้าไปพบลูกค้า การพูดของคุณควรเป็นรูปแบบนี้
4. การพูดให้โดนใจคือพูดให้น้อย

เมื่อคุณพบกับลูกค้าใหม่ครั้งแรก การที่คุณมั่นใจในตัวเองว่าเป็นคนที่พูดเก่ง เป็นคนเข้าสังคมได้ดี คุยได้กับทุกเพศทุกวัย บางทีอาจจะเป็นการ “คิดไปเอง”คนที่ตอบได้คือ “ลูกค้า” เท่านั้น สิ่งที่คุณพูดไป ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับพวกเขา คุณจะพูดเก่งแค่ไหนก็เท่านั้น บางทีในใจลูกค้าก็อาจจะด่าคุณอยู่ก็ได้ว่าคุณพูดมาก ไม่เห็นได้อะไร สุดท้ายแล้วความสนใจของลูกค้าก็หายไปในที่สุด
จริงๆ แล้วคุณต้องพูดให้น้อยกว่าลูกค้าเสมอ วิธีทำให้ลูกค้าพูดมากกว่าคุณก็คือการ “ถามคำถาม” ที่ดี เป็นคำถามปลายเปิดที่ลูกค้าสามารถเล่าสถานการณ์หรือปัญหาให้คุณได้เก็บข้อมูล เพื่อให้การพูดของคุณตรงกับสิ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาหรือช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นกว่าเดิมได้
สมมติว่าคุณเตรียมเรื่องราวมาเสนอ 10 เรื่อง คุณเริ่มจากการถามคำถามก่อน พบว่าตรงกับลูกค้า 3 เรื่อง คุณก็แค่เลือกนำเสนอเฉพาะ 3 เรื่องนั้นที่ตรงกับลูกค้าก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสนอไป 10 เรื่องเพราะจะทำให้เสียเวลาเปล่า สิ่งที่คุณคัดเนื้อๆ เน้นๆ จะทำให้ลูกค้าประหยัดเวลา รับข้อมูลที่ “เนื้อๆ” จากคุณ ส่งผลให้ตรงใจที่ลูกค้าอยากได้ยินและโดนใจลูกค้ามากที่สุด
5. เวลามีปัญหาให้บอกลูกค้าไปตามตรงและรีบแก้ไขทันที
เมื่อลูกค้ามีปัญหา คุณสามารถใช้ทักษะการพูดที่ดีในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือปัญหา คุณต้องทำนัดเพื่อเผชิญหน้ากับลูกค้าโดยเร็วที่สุด อย่าหนีโดยเด็ดขาด เมื่อเจอหน้าลูกค้า วินาทีแรกคือ “มอบตัวไปเลย” ว่าคุณเป็นเหตุผลที่มีทำให้เกิดความผิดพลาด คุณขอรับผิดชอบและจะแก้ไขให้เร็วที่สุด คำขอโทษจะทำให้ลูกค้ารู้สึกดีขึ้นแน่นอน ห้ามแถ ห้ามแก้ตัวเด็ดขาด
6. พูดจามองโลกในแง่บวกและมีกาละเทศะ

พูดในสิ่งที่มีความหมายเชิงบวก อะไรลบๆ ก็อย่าพูดโดยเด็ดขาด เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศไม่ดี เศรษฐกิจแย่ การเมืองห่วยแตก อุบัติเหตุ ความตาย โชคชะตา ฝนตก รถติด น้ำท่วม คู่แข่งห่วยกว่า เรื่องพวกนี้ห้ามพูดเด็ดขาด ถ้าไม่รู้ว่าจะพูดอะไรก็อย่าพูดดีกว่า ดูโง่ๆ และไม่ค่อยฉลาดชอบกล ที่สำคัญคือลูกค้าไม่ค่อยชอบด้วย อีกเรื่องนึงคือต้องรู้จักกาละเทศะที่ดีในการพูด จงระวังเรื่องจังหวะและการกระทำทุกอย่าง เลิกพูดโอ้อวด โอเวอร์ หรืออะไรที่ไม่เป็นประโยชน์เด็ดขาด
เรื่องการพูดเป็นสิ่งที่คุณต้องลงมือทำ จงฝึกทำต่อหน้าลูกค้าให้บ่อยครั้ง แล้วคุณจะเป็นนักพูดที่ยอดเยี่ยม
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิค เทคนิคพูดอย่างไรให้มัดใจ แถมได้ยอดขายจากลูกค้า ที่เรานำมาฝาก หากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ การพูดและการขายอย่างเป็นอาชีพ เราขอแนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ “เป็นเถ้าแก่ได้ ต้องขายให้เป็น” คอร์สเรียนที่จะพาคุณไปทำความรู้จักกับการเป็นนักขายมืออาชีพ
__________________________________________________________________________
ช่องทางติดตามอื่น ๆ
Facebook: https://www.facebook.com/youmooc
LINE: @youmooc (อย่าลืมใส่ @) [https://lin.ee/thXVOy0]

