Branding และ Marketing เป็นสองคำที่คุ้นเคยสำหรับบุคลทั่วไป หรือในการทำธุรกิจ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจมีความเติบโต แต่การสร้างแบรนด์และการทำการตลาดนั้น มีความสำคัญและความต่างกันอย่างไร YOU MOOC จะพาคุณไปรู้จักกับ Branding และ Marketing
ความแตกต่างระหว่างการสร้างแบรนด์ (Branding) และการทำการตลาด (Marketing) มีอะไรบ้าง ?
เป้าหมายการสร้างแบรนด์ และ การทำการตลาด
การทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็น Digitaj Marketing หรือ Traditional Marketing จะเป็นการสร้างแคมเปญการตลาด ทั้งคอนเทนต์ กลวิธี กราฟิก ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์สามารถควบคุมได้ และมุ่งหวังให้ช่วยสร้างยอดขายให้ในช่วงใดช่วงหนึ่ง นอกจากนี้ เจ้าของแบรนด์ยังสามารถปรับแผนการทำการตลาดให้เข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ เช่น การทำ SEO การทำ Social Media Marketing การออกบูธ ฯลฯ แล้ววัดผลว่า การทำการตลาดเหล่านั้นมีผลลัพธ์อย่างไร หากไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการก็ทำการปรับกลวิธีในการทำการตลาดใหม่ได้เรื่อยๆ
การสร้างแบรนด์ จะเป็นกลยุทธ์ของการสร้างภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์เป็นหลัก โดยจะเกิดขึ้นได้จากการสื่อสารการตลาด การบริการลูกค้า รวมไปถึงการเข้าใจในจุดสัมผัสของลูกค้า (Customer Touchpoint) และจุดสัมผัสของแบรนด์ (Brand Touchpoint) โดย จะมีเป้าหมายเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งเจ้าของแบรนด์จะสามารถกำหนดคุณค่าของแบรนด์ (Brand Values) ได้ แต่ไม่สามารถควบคุมให้ลูกค้ารู้สึกกับแบรนด์ตามที่หวังได้ จนกว่าจะมีการสร้างแบรนด์ ที่แข็งแรงมากพอในสายตาของลูกค้า และลูกค้ากลายเป็น Customer Loyalty ของแบรนด์เอง

กลยุทธ์การสื่อสารของการทำแบรนด์และการตลาด
การทำ Marketing จะเป็นการทำการตลาดที่ช่วยสื่อสารออกไปว่า แบรนด์กำลังทำอะไร มีคุณค่าและความแตกต่างอย่างไร หรือกำลังจัดกิจกรรมทางด้านการตลาด เช่น จัดโปรโมชันต่างๆ ในเรื่องอะไรบ้าง ทั้งนี้ ก็เพื่อส่งเสริมการขายและโปรโมทเพจหรือโปรโมตแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
แต่การทำ Branding จะเน้นไปที่การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าด้วยความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใครจากคุณค่า ปรัชญา ความเชื่อ วัฒนธรรมบางอย่างที่สามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ จนทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงตัวตนของแบรนด์ รู้จักแบรนด์ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ในที่สุด
ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
การทำ Marketing จะเป็นการสานสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะสั้น ด้วยการทำโปรโมชัน จัดกิจกรรม ส่งมอบสิทธิพิเศษที่ทำให้เกิดยอดขาย เป็นการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้กับเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ แต่การสร้างแบรนด์จะเป็นการสร้างฐานลูกค้าที่คอยสนับสนุนและติดตามแบรนด์ ในระยะยาว ซึ่งจะทำให้ลดค่าใช้จ่าย

ทำไมการทำ Branding จึงสำคัญ?
ธุรกิจที่สามารถสร้างตราสินค้าหรือ Branding ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนเป็นที่จดจำได้ จะช่วยให้ได้เปรียบในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง และช่วยทำให้ธุรกิจสามารถรักษาลูกค้าเอาไว้ได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า และด้วยความที่แบรนด์นั้นมีขอบเขตที่ใหญ่กว่ากิจกรรมทางการตลาดทั้งหมด แบรนด์จึงเป็นสิ่งที่ช่วยในการสะท้อนถึงคุณค่าและความดีงามของแบรนด์ให้ลูกค้ารับรู้ได้ ก่อนที่ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์กับแบรนด์ด้วยซ้ำ
ความสำคัญของ Branding ต่อธุรกิจ eCommerce
องค์ประกอบของแบรนด์หรือ Branding Elements คือ กระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งต้องมีการวางแผนและวิธีคำนวณอย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง โดยเฉพาะกับธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และจำเป็นต้องใช้ Branding ในการสร้างความน่าเชื่อให้กับลูกค้าอย่างธุรกิจ E-Commerce ที่ควรจะวางกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ที่ดีก่อน เพื่อทำให้แบรนด์แข็งแรงมากพอที่จะเป็นเกราะป้องกันธุรกิจจากการแข่งขันด้านราคาที่ในตลาด E-Commerce มักใช้ในการดึงเอาลูกค้ามาซื้อสินค้ากับร้านของตนเองมากขึ้น
ขั้นตอนสำคัญในการสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจประเภท E-Commerce
- ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้า
หากต้องการสื่อสารให้คนรู้จักแบรนด์ก็จะต้องทำความเข้าใจลูกค้าให้ดีเสียก่อน ด้วยการรู้ Insight ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าเป็นอย่างไร เช่น พวกเขาชอบอะไร อะไรเป็นแรงจูงใจและดึงดูดพวกเขา พวกเขาชอบอะไรเกี่ยวกับแบรนด์ เป็นต้น

- ทำการกำหนด Brand Persona
หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Persona ของลูกค้ามาก่อน แต่นี่จะเป็นการทำ Persona ให้กับแบรนด์ โดยจะเป็นการหาบุคลิกของธุรกิจที่จะใช้ในการมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้า โดยจะต้องใช้ข้อมูล Insight ของลูกค้าที่หามาได้ แล้วนำมาวิเคราะห์ต่อว่า จะใช้น้ำเสียงแบบไหนในการพูดคุยกับพวกเขา ใช้ภาพแบบไหนจึงจะดึงดูดใจของพวกเขา และควรมีบุคลิกอย่างไรจึงจะตรงใจพวกเขามากขึ้น
- ให้คำมั่นสัญญาต่อลูกค้า
เพื่อให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือและมีคุณค่า แบรนด์ควรที่จะสามารถให้คำมั่นสัญญาที่สามารถทำได้กับลูกค้า เพื่อให้พวกเขาเชื่อใจและรักในความเป็นแบรนด์มากขึ้น เช่น สินค้าหรือบริการจะช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้อย่างไร และจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้อย่างไรบ้าง ซึ่งจากผลสำรวจระบุว่า 66% ของผู้บริโภคคิดว่าความโปร่งใสเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่น่าดึงดูดที่สุดของแบรนด์เลยทีเดียว
- สร้าง CI Branding
เป็นการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์หรือองค์กร ที่กำหนดไว้เพื่อเป็นเกณฑ์ในการ ออกแบบภาพ และการนำเสนอคอนเทนต์ต่างๆ บนสื่อ ประกอบไปด้วย โลโก้ รูปแบบอักษร รูปแบบการจัดเลย์เอาท์ โทนสี รูปแบบภาพถ่าย ลายเส้นภาพวาด ภาษาที่ใช้เขียนในสื่อต่างๆ ซึ่ง CI เป็นสิ่งสำคัญในการประกอบธุรกิจและสร้างแบรนด์ เพราะเป็นสิ่งที่ใช้สื่อสารตัวตนและบุคลิกของแบรนด์เพื่อสร้างการจดจำของกลุ่มเป้าหมาย พูดง่ายๆ CI คือสิ่งที่ทำให้คนสามารถจดจำแบรนด์ของเราได้นั่นเอง ดังนั้นในการสื่อสารแบรนด์ทุกครั้งจึงต้องมีการวางแผนโดยคำนึงถึง CI เพื่อสร้างการจดจำของกลุ่มเป้าหมาย
- ออกแบบ Customer Experience
ถึงแม้ว่าแบรนด์จะไม่สามารถควบคุมให้ลูกค้ารู้สึกกับแบรนด์ในมุมที่แบรนด์ต้องการได้ทั้งหมด แต่ก็ควรที่จะพยายามในการตอบสนองต่อ Customer Journey คือ เส้นทางของลูกค้าตั้งแต่ก่อนจะเป็นลูกค้า จนตัดสินใจซื้อ รวมถึงการกลับมาซื้อสินค้าด้วยการสร้าง Customer Experience ที่ดีและสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของแบรนด์ เช่น การออกแบบนโยบายที่ทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างนโยบายการคืนสินค้า การเตรียมการจัดส่ง การสื่อสารการตลาดทางอีเมล และอื่นๆ รวมถึงสร้างสิ่งเร้าทางการตลาดที่กระทบต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ด้วย

- ส่งมอบสิ่งที่ดี
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างมาก ดังนั้น แบรนด์จึงไม่ควรที่จะลืมส่งมอบสิ่งที่ดีกลับไปให้ลูกค้าตามวาระโอกาสที่เหมาะสม ด้วยการทำ CRM คือ การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management) เช่น การมอบโปรโมชันพิเศษให้ เสนอของขวัญฟรีเป็นครั้งคราวหรือขยายส่วนลด เป็นต้น
กุญแจสำคัญของการทำธุรกิจ คือ Marketing, Brand & Sales เป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและมีการเติบโต หากต้องการเรียนรู้การสร้างแบรนด์และการทำการตลาดแบบเจาะลึก เราขอแนะนำคอร์ส Marketing, Brand & Sales
—————————————————————————————————————–
ช่องทางติดตามอื่น ๆ
Facebook: https://www.facebook.com/youmooc
LINE: @youmooc (อย่าลืมใส่ @) [https://lin.ee/thXVOy0]

